good

เรื่องมีอยู่ว่า - -"

posted on 10 Oct 2006 01:02 by yoyoyai

เสร็จเรียบร้อยซะทีกับงานที่ทำมาตลอดสามเดือน เฮ่อ!! นานทีจะได้นอนเต็มอิ่ม ผมตื่นขึ้นมาควานหานาฬิกา ถ่างตาดูเวลาโอ่วแม่จ้าว นี่มันจะบ่ายแล้วเหรอนี่ เกือบทำลายสถิติเก่าที่นอนนานกว่านี้ไปเพียงสิบห้า นาทีเท่านั้น

รีบลุกขึ้นเปิดม่านหน้าต่างออก เห็นฟ้ามืดคล้ำเหมือนเทวดาช้ำรัก คงโดนนางฟ้าปฏิเสธหัวใจ เลยปล่อยห่าฝนลงมาประชดเธอ อื่มเสีองฟ้าร้องฟ้าลั่นก็คงใช่จากท่านเช่นกัน มันแว่วสำเนียงชอกช้ำมาชัดเจน มีประโยคน้อยใจติดมากับเสียงครึมๆ "เธอรักเราเหมือนพี่ชาย ฮื่อ ฮื่อ"

ขนาดเทพยังช้ำรักเลยนับประสาอะไรกับ คนกระจอกอย่างเรา อาบน้ำดีกว่าขืนยังยืนอยู่ริมหน้าต่างตรงนี้มีหวังได้ยินคำสารภาพเป็นร้อยคำแน่เหอๆ

โอ่วท่านเทวดาแกล้งเรารึไม่ตั้งใจ น้ำไม่ไหล ซวย ในถังก็ไม่มี เอาไงดี ดันไม่มีน้ำตอนเราตื่น จะบ้าตาย --
"ไปบ้านเพื่อนซิ" มีเสียงมาจากเจ้าตัวเล็กที่ยืนอยู่บนหัวไหล่ด้านขวาหน้าตามันก็คล้ายๆผมนี่แหละ แต่มันใส่ชุดสีขาว มีปีก มีวงแหวนลอยอยู่บนหัวด้วย ผมตั้งชื่อมันว่า "แสง" มันเสนอความคิดที่ดีครับยามคับขันเช่นนี้ บ้านเพื่อนน่าจะเหมาะ

"ไม่ดีมั้งเค้าอาจจะไม่อยู่บ้านก็ได้ รู้อยู่ว่าเพื่อนคนนี้ไปๆ มาๆ ต่างจังหวัดบ่อย" อีกเสียงนึงมาจากทางหัวไหล่ด้านซ้าย หน้าตาและขนาดเหมือนเจ้าแสงแต่ต่างที่มันมีเขามีหางตัวแดง ถือหอกสามง่ามด้วย ผมเรียกมันว่า
"มืด" มันเตือนผม งืมมันก็จริงนะถ้าไปแล้วไม่เจอไม่เสียเที่ยวเรอะ

"แล้วจะปล่อยให้ตัวเหม็นอย่างนี้รึไง หิวก็หิว"เจ้าแสงทักท้วง อื่มใช่เห็นด้วยยังไงก็ต้องไป
"เตือนแล้วนะวุ้ย ไม่เชื่อก็ตามใจ ฝนตกอย่างนี้ไปให้เปียกฝนเป็นหวัดทำไม นอนต่อให้สบายดีกว่า" เจ้ามืดมันแจงเหตุผลได้น่านอนยิ่งนัก

"ไปแล้วไม่เจอก็ไม่เสียหาย ค่อยกลับมานอนต่อ"เจ้าแสงก็ไม่ยอม เออจริงของมันไปไม่เจอไม่เป็นไรแต่ถ้าเจอก็ได้อาบน้ำแปรงฟัน งั้นโอเค นอนอีกนิดแล้วค่อยไป

หลังจากขลุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มต่ออีกไม่กี่ชั่วโมง ก็ควบเจ้ามอเตอร์ไซสี่จังหวะฝ่าสายฝนที่โปรยลงมาอย่างไม่มีที่ท่าว่าจะหยุด ดูท่าท่านเทวดาคงจะช้ำรักเอามากเลย

มาหยุดรถติดไปแดงตรงสี่แยกคูขวาง ซวยละซิไฟแดงนับถอยหลังจาก 100 กว่าจะไฟเขียว ไม่เปียกปอนก่อนเรอะ "เฮอะเราเตือนนายแล้วนะเว้ย ฮึฮึ" เจ้ามืดเสนอตัวแดงๆ ออกมาสะท้อนคำพูดเก่า

"อย่ากังวลอะไรให้มากมายเลยดูลุงคนนั้นดิเดินคุ้ยถังขยะกลางสายฝนไม่เห็นบ่นซักคำ" เจ้าแสงออกมา ชี้ให้เห็นภาพเบื้องหน้า เป็นภาพชายวัยกลางคนกำลังเลือกกระบ๋องออกจากถังขยะ แต่งตัวมอมแมม อื่มก็จริง เขายังลำบากกว่าเราอีก ตากฝนเพื่อเลี้ยงปากท้อง เราเปียกฝนแค่นี้เพื่อรบกวนขออาบน้ำที่บ้านเพื่อน ไม่เห็นต้องกังวลอะไร

"แต่เดี๋ยวจะไม่สบายนา ดูสารรูปสิ น้ำก็ไม่ได้อาบ แถมยังเปียกฝนไม่ต่างอะไร กับลุงคนนั้นเลย" ผมไม่ได้คิดโต้ตอบอะไรกับคำพูดของเจ้ามืด เพราะได้สัญญาณไฟเขียวพอดี

มาถึงบ้านเพื่อนรีบดับเครื่องมอเตอร์ไซ เคาะประตูเรียกเกลอ แต่ไม่มีสัญญาณตอบรับจากข้างใน ซวยแล้วไง จริงของเจ้ามืดหันไปมองที่หัวไหล่มันก็นั่งยิ้มยิงฟันอยู่แล้ว
"ลองถามป้าที่ขายก๋วยจั๊บดูดิ"เจ้าแสงแนะนำมาอีกแล้ว ถามป้าแกดูก็ได้รู้ว่าเพื่อนเกลอไม่อยู่อยู่จริงๆ ออกอาการเซ็งเล็กน้อยรู้งี้นอนอยู่ที่ห้องก็ดี กลับดีกว่า เฮ่อ

"ไม่กินก๋วยจั๊บก่อนเหรอ" ป้าแกทักมาขณะกำลังจะออกไป เออกินก่อนก็ดี ไหนๆก็เปียกแล้วกินเสียที่นี่แหละ กันเองดี

ก๋วยจั๊บชามที่ป้าเจ้าของร้านมาเสริฟมันอุดมไปด้วยตีนไก่ ป้าแกน่ารักจริงๆเลย รู้ใจว่าผมชอบตีนไก่ ชามละสิบห้าบาท แต่มันเยอะขนาดนี้ก็นับว่าแกไม่เห็นแก่กำไรอย่างเดียว แกยังใส่ใจต่อความต้องการปริมาณของลูกค้าอีกด้วย น้ำใจล้นชามขนาดนี้ ผิดกับสภาพร้านที่เป็นเสาไม้ปิดด้วยสังกะสี พอบังแดดบังลม

ในขณะกำลังปรุงก๋วยจั๊บตีนไก่ชามโต ลูกค้าที่นั่งอยู่ข้างๆ สองคนจ่ายเงินเรียบร้อยก็ เดินออกจากร้านไปผมมองในชามที่พวกเขากิน มันยังเหลือตีนไก่อยู่ในสภาพที่ดี ไม่มีรอยกัดแทะเลย เขาคงไม่ชอบเหมือนผมกระมัง

หมาของป้าเจ้าของร้านมานั่งทำหน้าตาน่าเอ็นดูอยู่ใกล้ๆ ผมโยนตีนไก่ในชามของผมให้หนึ่งชิ้น ท่าทางมันจะชอบ ก็เลยจะตักตีนไก่ในชามของลูกค้าคนอื่นที่เหลือไว้ให้มัน แต่ป้าแกก็มายกชามไปหลังร้านเสียก่อน "ไม่เป็นไรน๊าเดี๋ยวก็ได้กิน เดี๋ยวป้าแกเอามาให้" ผมบอกเจ้าตูบที่นั่งรอตีนไก่ชิ้นต่อไป พอดีกับที่ลูกค้ารายอื่นมาป้า แกก็เดินมาต้อนรับ ผมจึงขอไปล้างมือหลังร้าน (จริงแล้วจะไปเอาตีนไก่มาให้เจ้าหมา)

ไปตรงที่มีชามวางซ้อนกันอยู่ ผมมองไปก็ไม่เห็นมีตีนไก่ มองให้ทั่วชั้นวาง อ่อนี่ไงแยกไว้ให้หมาอยู่ตรงนี้เอง แกเลือกเอาแต่ตีนไก่ที่เหลือจากลูกค้าเต็มชามเลยคงถูกใจละสิเจ้าหมาน้อย ผมถือไปได้แป๊บเดียวป้าแกก็มาคว้าไปจากมือ "ขอบใจจ๊ะป้าถือเองมะ" "ผมเอาไปให้หมาเองก็ได้ครับป้า" "ไม่เป็นไรของหมาป้าแยกไว้ในถังแล้ว"

ผมมองไปที่ถังใส่เศษอาหาร "ถังนี้เหรอป้า" "จ้า" สังเกตุดูในถังมันไม่มีตีนไก่

"ก็ตีนไก่ป้าแกแยกใส่ชามนั้นไว้แล้วไง" "อื่มใช่" เป็นครั้งแรกที่เจ้าแสงกับเจ้ามืดพูดจาไปทางเดียวกัน (อ่ะนะ)

ภาพที่เห็นคือป้าแกหยิบตีนไก่จากชามใบนั้นมันเป็นตีนไก่ ที่แกเอามาจากชามที่ลูกค้ากินเหลือไว้ แล้วใส่ให้ลูกค้ารายใหม่ เป็นภาพที่เห็นแล้วรู้สึกแย่มาก.....มาก....และ อ้วก!!!!!! ผมอาเจียนลงที่ข้างร้านโอยมันปั่นป่วน
ไปหมด นึกดูสิครับว่าตีนเหลือจากชามคนอื่นกิน สมมติว่าผ่านการต้อนรับลูกค้ามาห้าราย คุณเป็นรายที่หกแล้วถ้าคุณไม่กินมันก็จะไปอยู่ในชามคนต่อไป มันปนเปื้อนน้ำลายใครต่อใคร อ้วก!!

"เป็นอะไรลูก" ป้าแกเดินมาลูบหลังผม "ไม่เป็นไรครับผมไม่สบาย พอดีตากฝนมาด้วย"

ผมต้องรีบกลับแล้ว ไม่อยากอยู่ให้คิดมากไปกว่านี้

"น่าจะกินก๋วยจั๊บร้อนๆ ให้หมดก่อนแล้วค่อยกลับไปนอน" ป้าแกพูดตามหลังมาอีกที ส่วนลูกค้าที่นั่งซดน้ำก๋วยจั๊บอยู่ก็บ่นพรึมพรำที่ ผมอาเจียนออกมา เขาคงจะกินไม่ลง

ครับผมคงจะกลืนน้ำลายตัวเองไม่ลง และก็ไม่อยากเห็นเขากินตีนไก่ในก๋วยจั๊บชามนั้นด้วย...อ้วก!!! อีกที

(สุดท้ายนึกขึ้นได้ว่าผมลืมคว่ำตีนไก่อีกหลายชิ้นในชามก๋วยจับของผม อุแหวะ)


edit @ 2006/10/10 16:14:14
Tags: good, no 9 Comments